Work From Home ยังไงให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น

เชื่อว่าในช่วงเวลานี้มนุษย์เงินเดือนหลายคนก็คงจะทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) กันอยู่ตามนโยบายของบริษัทที่ต้องการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมตามแนวทางของภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และดูแล้วบางคนก็คงจะ WFH กันมาเป็นปีแล้ว นับตั้งแต่โควิดรอบแรกเข้ามาในไทยปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลับไปทำงานในสำนักงานอีกเลย ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ เชื่อหรือไม่ว่า เป็นโอกาสทองที่เหล่าคน WFH จะเพิ่มเงินออมในกระเป๋าได้เลย!

ต้องบอกก่อนว่า สำหรับบางคน ในสถานการณ์โควิดระบาดที่มีธุรกิจหลายอย่างต้องหยุดกิจการชั่วคราวนั้น บางคนอาจจะได้รับผลกระทบจากการที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างเพราะไม่ได้ทำงาน แต่สำหรับบางคนที่ธุรกิจอาจได้รับผลกระทบน้อย หรือยังแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย ยังดำเนินการได้เป็นปกติด้วยการให้พนักงานทำงานที่บ้าน คุณโชคดีมากๆ กว่าใครอีกหลายคน และควรจะใช้เวลาแบบนี้ให้มีค่า

จากข้อมูลของ flexjobs เว็บไซต์หาคนทำงานทางไกลผ่านออนไลน์ ทำงานจากที่บ้านที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับประโยชน์ของการ WFH ไว้อย่างน่าสนใจ (ที่มา https://www.flexjobs.com/blog/post/benefits-of-remote-work/

หนึ่งในนั้นก็คือการเก็บเงินได้มากขึ้น โดยพบว่า ผู้คนในสหรัฐอเมริกาที่ทำงานจากที่บ้านมาครึ่งปีสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพราะเสียค่าใช้จ่ายหลายอย่างลดลง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถ ค่ารถ ค่าที่จอดรถ ตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้ามืออาชีพ และค่าอาหารกลางวัน นอกจากนี้ยังสามารถลดหรือตัดการใช้จ่ายอื่นๆ ได้อีกด้วย ทำให้มีเงินเหลือกลับเข้ามาเก็บไว้ในกระเป๋ามากขึ้น

มีข้อมูลน่าสนใจมากขึ้นคือ มีหลายบริษัทที่ได้ใช้นโยบาย WFH ในช่วงโควิดแพร่ระบาดหนักแล้ว รู้สึกว่าพนักงานไม่อยู่ออฟฟิศ ก็ทำงานกันได้ดี แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายหลายอย่างในสำนักงานด้วย ก็เลยจะปล่อยให้ WFH ต่อไป แม้จะผ่านพ้นการแพร่ระบาดไปแล้ว โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Square, Shopify และ Facebook บริษัทเหล่านี้มองขาดว่าการทำแบบนี้จะช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของ Global Workplace Analytics ระบุว่า บริษัทจะประหยัดเงินได้ประมาณ 11,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากการที่มีพนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้านอย่างน้อยเป็นบางครั้ง โดยในส่วนของ FlexJobs เอง ระบุว่า สามารถประหยัดเงินได้มากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการทำงานทางไกล ซึ่งก็มาจากการต้นทุนบางอย่างที่ลดลงไป เช่น ต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ เงินอุดหนุนการขนส่ง เป็นต้น

นอกเหนือจากการประหยัดเงินตรงๆ ที่ทั้งพนักงานและบริษัทประหยัดกันได้ทั้งคู่แล้ว เรายังสามารถเก็บเงินได้เพิ่มขึ้นทางอ้อม จากการที่เรามีสุขภาพดีขึ้นได้เพราะ WFH ทำให้ลดค่าใช้จ่ายที่หมดเปลืองเพราะสุขภาพย่ำแย่ไปได้

แต่ข้อนี้ต้องเน้นย้ำว่า สำหรับคนที่ทำได้ตามสิ่งเหล่านี้ เช่น มีเวลาในการทำกิจกรรมบริหารร่างกายมากขึ้น สามารถรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ สามารถฟื้นฟูร่างกายจากการป่วยหรือการผ่าตัดที่บ้านได้แบบไร้กังวลปัญหาเรื่องงาน มีโอกาสป่วยน้อยลง ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือสามารถเลือกสร้างพื้นที่ทำงานที่สะดวกสบาย ถูกหลักสรีรศาสตร์ได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะเห็นด้วย จริงนะที่จ่ายค่าเดินทางน้อยลง ค่าจอดรถก็ไม่ต้องเสีย ไม่ต้องหัวเสียกับรถติดบนท้องถนน แต่ก็มีหลายคนที่ส่ายหัว บอกว่า ไม่จริง WFH นี่แหละยิ่งจ่ายหนักขึ้น เพราะสุขภาพเสียมากขึ้น เนื่องจากต้องทำงานได้ทุกเวลา ดึกดื่นแค่ไหนก็มาทำงานได้ หรือทำงานติดลมบนจนเวลากินก็ไม่ได้กิน เวลานอนก็ไม่ได้นอน เป็นที่มาของสุขภาพที่ย่ำแย่ ออฟฟิศซินโดรมก็ถามหาหนักขึ้น เพราะสถานที่ทำงานที่บ้านไม่ได้เอื้ออำนวยเอาเสียเลย แถมค่าไฟก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะเปิดคอมพิวเตอร์ เปิดแอร์ทั้งวัน

ไม่ใช่แค่นี้ เพราะถึงแม้จะไม่มีต้นทุนในการเดินทางไปออฟฟิศ แต่มีต้นทุนการสั่งอาหารมาส่งที่บ้าน และเด็ดที่สุดคือ ทำงานไปก็ไถหน้าจอช็อปออนไลน์ไปแบบรัวๆ (โดนใจใช่ไหมล่ะ เป็นอยู่ล่ะสิ)

ใครก็ตามเป็นตามข้อที่กล่าวมา ซึ่งอาจทำให้การ WFH ไม่ช่วยให้เก็บเงินได้มากขึ้นเลย ขอแนะนำว่า ให้ลองตั้งสติใหม่ค่ะ ค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจจะจำเป็นต้องจ่าย เช่น ค่าไฟ ตรงนี้ก็ให้คิดเสียว่าเป็นการเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายที่เคยต้องเดินทางไปข้างนอกมาเป็นค่าไฟแทน แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เราปรับลดได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อยู่ที่ตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเวลาในการทำงาน การดูแลสุขภาพ เพื่อให้เราไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงการช็อปปิ้งด้วย แค่เราเปลี่ยนพฤติกรรม เราก็จะพบว่า WFH ทำให้เรามีเงินออมมากขึ้นได้จริงๆ และจะดีขึ้นไปอีก แต่ถ้าเรารู้จักแบ่งเงินออมส่วนเกิน หลังจากที่เก็บเงินเพียงพอเป็นสภาพคล่องส่วนเกินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ไปลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสให้เงินงอกเงย

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว จะรออะไร เริ่มลงมือเลย

ด้วยความปรารถนาดีจาก Make Me Wealth

Story by จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น