อยากลงทุนทองคำ มีช่องทางไหนบ้าง

หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับทองคำในลักษณะที่เป็นเครื่องประดับ เป็นสิ่งแสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัวที่ถือครอง เรามักจะเห็นการรับขวัญลูกหลานที่เพิ่งเกิดด้วยทองคำ รวมถึงการนำทองคำมาเป็นสิดสอดในงานแต่งงาน บางคนถึงกับต้องซื้อตู้เซฟไว้เพื่อเก็บรักษาทองคำ เรียกได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

และที่สำคัญในทุกช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเกิดวิกฤติ เกิดปัญหาโรคระบาด คนมักจะนึกถึงทองคำมากกว่าปกติ อยากมีไว้ในครอบครองเพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย สามารถเก็บรักษามูลค่าของเงินได้ จะเห็นได้ชัดก็คือช่วงที่ผ่านมา ที่โลกเผชิญสงครามการค้าระหว่างประเทศ เผชิญกับโรคระบาด คนก็นึกถึงทองคำ จนทำให้ราคาทองคำทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปหลายรอบ ก่อนที่จะปรับลดลงมา

วันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำช่องทางการลงทุนในทองคำ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจ และอยากมีทองคำไว้เป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตการลงทุน

ทองรูปพรรณ

ทองรูปพรรณนั้น คือ ทองคำที่ถูกนำมาขึ้นรูปเป็นลักษณะต่างๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ เป็นต้น วัตถุประสงค์ของทองรูปพรรณจึงมักอยู่ในรูปการใช้งานมากกว่าการลงทุน นอกจากนี้การซื้อทองรูปพรรณ ยังมีค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการขึ้นรูปทองคำด้วย ดังนั้นจึงมีราคาส่วนเพิ่มจากปกติ อย่างไรก็ตามหากเราซื้อทองรูปพรรณในช่วงที่ราคาทองต่ำ แล้วนำมาขายในช่วงที่ราคาทองคำขึ้นสูงๆ ก็ยังมีโอกาสในการทำกำไรได้อยู่

ทองคำแท่ง

การลงทุนในทองคำแท่ง เป็นการลงทุนทองคำที่คลาสสิก มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ลงทุนหลายคนยังรู้สึกสบายใจกับการลงทุนในลักษณะนี้ เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่จับต้องได้อยู่กับตัวแล้วอุ่นใจ

การลงทุนลักษณะนี้ หากเป็นช่วงเวลาที่คนกำลังตื่นทอง โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้นสูงหรือลดลงอย่างมาก อาจจะทำให้เราถึงกับต้องต่อคิวรอในการซื้อขายทองคำได้

ในส่วนของการเก็บรักษา บางคนอาจจะไปเช่าตู้เซฟที่ธนาคาร บางคนเก็บเองที่ตู้เซฟที่บ้าน ซึ่งการเก็บก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง นอกจากนี้การเลือกร้านทองคำที่จะไปซื้อขายก็ถือว่ามีความสำคัญมาก ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านที่ไปซื้อขายให้ละเอียดด้วย โดยควรจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและมีประวัติการประกอบธุรกิจที่ยาวนานพอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการได้ทองคำคุณภาพต่ำ

ทั้งนี้ มีอีกประเด็นน่าสนใจ สำหรับการลงทุนทองคำแท่ง เนื่องจากในปัจจุบันห้างทองหลายแห่งมีการคิดค้นช่องทางให้คนไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อทองคำแท่งในคราวเดียว เพื่อเอาใจคนที่อยากเป็นเจ้าของทองคำ แต่ไม่มีเงินก้อนใหญ่พอ โดยจะมีการนำเสนอวิธีออมทอง ด้วยการทำ DCA คล้ายๆ กับหุ้นหรือกองทุน นั่นคือทยอยลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือน เพื่อสะสมเงินก้อน เมื่อครบตามจำนวนที่กำหนดก็สามารถแลกเป็นทองคำจริงๆ ได้ อย่างไรก็ตามใครที่จะเลือกลงทุนวิธีนี้ ก็ต้องพิจารณาให้ดีเช่นกัน ถึงความน่าเชื่อถือของค่ายที่เปิดให้ออมทองด้วยการทยอยลงทุน เพราะถ้าดูไม่ดี อาจจะไปเจอกลุ่มต้มตุ๋น หลอกลวง ออมทองไม่ได้ทอง แต่สญเงินทั้งหมดแทนได้

กองทุนรวมทองคำ

สำนักงาน ก.ล.ต. ได้จัดประเภทการลงทุนในทองคำเป็นสินทรัพย์ทางเลือก และมีความเสี่ยงที่ระดับ 8 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดของการลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อย

การลงทุนด้วยวิธีนี้จะช่วยในเรื่องความสะดวกในการซื้อขาย เพียงแค่ใช้แอปพลิเคชันในการซื้อขาย เราก็ไม่จำเป็นต้องออกไปที่ร้านทองแล้ว สามารถลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย โดยหลายบลจ. มีการออกกองทุนทองคำมาเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับนักลงทุนสายกองทุน ขณะที่นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน รวมถึงศึกษาเรื่องค่าธรรมเนียมเปรียบเทียบแต่ละกองได้

สำหรับ สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากหลายๆ กองทุนนำเงินของเราไปลงทุนต่อกับกองทุนหลักที่ต่างประเทศ เราจึงควรดูด้วยว่ากองทุนที่เราไปลงทุนนั้น มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงในลักษณะใด ตรงกับความตั้งใจของเราหรือไม่

กองทุน ETF

ในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากจะสามารถซื้อขายหุ้นแล้ว ยังสามารถซื้อขาย ETF หรือกองทุนรวมดัชนีที่จะไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มี ETF เกี่ยวกับทองคำด้วย 1 กอง คือ GLD ซึ่งเป็นกอง ETF บริหารโดยบลจ. กรุงไทย (KTAM)

ข้อดี คือ กองนี้จะสามารถทำการซื้อขายได้ในเวลาเดียวกับที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ แต่จุดที่ต้องระวัง คือ กองทุน GLD ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงมีค่า tracking error ที่ไว้ดูว่ากองทุนนี้เคลื่อนไหวต่างจากดัชนีชี้วัดเท่าไหร่ ซึ่งกองนี้ ณ สิ้นปี 2563 ค่า tracking error อยู่ที่ 9.62% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับกองทุนที่บริหารเชิงรับ หรือ Passive Fund อื่นๆ เช่น กองทุน SCBSET50 มีค่านี้ที่ 0.64% ในช่วงเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีได้ดีกว่า GLD มาก

หุ้นเกี่ยวกับทองคำ

ในตลาดหลักทรัพย์ของเรา ไม่มีหุ้นที่เกี่ยวกับทองคำ หรือการทำเหมืองทองโดยตรง ดังนั้น หากเราอยากลงทุนทองคำผ่านการซื้อหุ้นเกี่ยวกับทองคำ ก็อาจจะต้องไปหาโอกาสนี้จากการลงทุนในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น กองทุน WE-GOLD ของบลจ.วี ซึ่งถ้าไปดูข้อมูลกองหลักที่กองทุนนี้ลงทุนอยู่จะพบว่า มีการลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนถึง 80% ไม่ได้ลงทุนแค่ทองคำโดยตรง จุดสังเกตอีกอย่าง คือ กองทุนหลักยังสามารถลงทุนในเงิน (silver) ได้ด้วย

โกลด์ฟิวเจอร์

สำหรับผู้ที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อาจจะคุ้นเคยกับ SET Index Future หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน รวมถึงสินค้าเกษตร เช่น น้ำตาล และแน่นอนว่า โกลด์ฟิวเจอร์ส ก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการลงทุนในลักษณะนี้

โกลด์ฟิวเจอร์สหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบนทองคำ มีจุดโดดเด่นคือสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง และสามารถได้รับผลตอบแทนได้สูงจากเงินลงทุน เนื่องจากสามารถวางเงินแค่บางส่วนของมูลค่าสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการลงทุนเกิดผิดทาง แน่นอนว่าการขาดทุนก็จะสูงเช่นเดียวกัน ดังนั้น การลงทุนในลักษณะนี้อาจจะต้องนำความรู้เรื่องเทคนิค เช่น สัญญาณต่างๆ กราฟ หรือ แท่งเทียนเข้ามาประกอบการตัดสินใจ มีการวางจุดตัดขาดทุน รวมถึงการบริหารเงินลงทุนในกรณีทีต้องมีการวางเงินประกันเพิ่มเติม จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และรับความเสี่ยงได้สูง

บทสรุปของการลงทุนทองคำ

ทองคำถือว่ามีประโยชน์กับมนุษย์เราในหลายด้าน เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ ของขวัญ สินทรัพย์ทางเลือกในการลงทุน อย่างไรก็ตาม ทองคำไม่ได้มีดอกเบี้ยให้เราเหมือนตราสารหนี้ ไม่ได้มีเงินปันผลเหมือนหุ้นหรือกองทุน ไม่ได้มีค่าเช่าเหมือนการลงทุนในอสังหาฯ บางอย่าง และไม่ได้มีกิจการหรือธุรกิจที่จับต้องได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่มหภาคที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ การลงทุนผิดจังหวะ อาจจะทำให้เงินลงทุนเราจม และเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ ดังนั้น ควรจะศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนลงทุนในทองคำ ไม่ว่าจะลงทุนในลักษณะใด รวมถึงไม่ควรลงทุนในทองคำเป็นสัดส่วนที่เยอะเกินไปในพอร์ตการลงทุน

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น