วางแผนฟื้นฟูการเงินไว้ก่อน รับช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

ท่ามกลางการประกาศล็อคดาวน์ 14 วัน ใน 10 จังหวัดคุมเข้มสูงสุด ที่เพิ่งออกมา อาจจะทำให้ใครหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีงานทำในช่วงเวลาดังกล่าว หรืออาจถูกปรับลดเงินเดือน หรือนายจ้างเองที่อาจจะควักกระเป๋ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจต่อไม่ไหว ในวันนี้เราอยากจะนำเสนอประเด็นหนึ่งที่เป็นความหวัง หรือเพื่อการเตรียมตัวสำหรับวันข้างหน้าที่แม้ยังมาไม่ถึง แต่ใช้เวลาช่วงที่ล็อคดาวน์เตรียมตัวไว้ก่อนก็น่าจะดี โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูการเงินของตัวเองหลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวกลับมาแล้ว

CNBC นำเสนอบทความเรื่อง How to rebuild your personal finances during an economic recovery (ที่มา : https://www.cnbc.com/2021/07/07/how-to-rebuild-your-personal-finances-during-an-economic-recovery-.html) ซึ่งในบทความนี้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับการเตรียมตัวเพื่อวันข้างหน้า โดยเริ่มจากการกล่าวถึงการจ้างงานในสหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมา หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยมีคนที่มีงานทำเพิ่มขึ้น และได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ขณะที่ปีที่ผ่านมา หลายๆ คนที่เพิ่งได้งาน เพิ่งผ่านกับสถานการณ์เข้าตาจน ไม่สามารถชำระหนี้ได้มา ดังนั้นเมื่อกลับมาหารายได้ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทบทวนการเงินอีกครั้ง และอาจต้องปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายใหม่

บทความนี้แนะนำ สิ่งที่ต้องทำหลังจากกลับมาทำงานหาเงินได้แล้ว หรือหาเงินได้เพิ่มขึ้นจากงานที่ทำอยู่

1.จะต้องกลับมาสร้างเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินอีกครั้ง

เพราะช่วงที่เผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างหนัก มีคนตกงานกันมาก และช่วงเวลานี้ทำให้คนอเมริกันหลายคนตระหนักถึงผลของการที่ไม่ได้เตรียมพร้อมทางการเงินเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินไว้เลย หรือเตรียมไว้แต่ก็ไม่พร้อม ซึ่งเมื่อกลับมามีรายได้อีกครั้ง ก็คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการออมเงินไว้เพื่อเป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน และประเด็นนี้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะมีเหตุการณ์อะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกรึเปล่า โดยในสหรัฐฯ แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการสร้างเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินให้ได้ก่อน 3 เดือน คือ เก็บเงินที่มากพอจะใช้ชีวิต ใช้หนี้ ใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องใช้เป็นประจำให้ได้อย่างน้อยๆ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ

โดยปกติแล้วเรามักจะได้ยินคำแนะนำที่ว่าต้องการเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน 6 เดือนขึ้นไป แต่จากบทความนี้แนะนำไว้ 3 เดือน ก็เข้าใจได้ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ เริ่มที่เป้าหมายแรก 3 เดือนให้ได้ก่อน ก็จะมีกำลังใจในการเก็บต่อแล้ว

2.กลับมามุ่งมั่นกับภารกิจปลดหนี้

การจ่ายหนี้ถือเป็นอีกเป้าหมายทางการเงินอันดับต้นๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำ โดยเฉพาะคนที่มีความจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาด เพื่อให้ยังดำเนินชีวิตอยู่ได้ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ให้เริ่มจากการกำจัดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน หรือเน้นไปที่การกำจัดหนี้ก้อนที่กำจัดได้ง่ายที่สุด และนอกจากกำจัดหนี้แล้วนี่ก็ถือเป็นเวลาที่ดีในการวางแผนจัดการหนี้ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงอยากจะจ่ายหนี้น้อยลงในช่วงที่กำลังกลับมาสร้างความมั่นคงทางการเงินใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือระมัดระวังการก่อหนี้ที่มาจากการใช้จ่ายเกินตัว

3.ทบทวนงบการเงินรองรับวิถีปกติใหม่

ในบทความเตือนสติให้คนอเมริกันระมัดระวังประเด็นเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยแนะนำให้ตรวจสอบว่าต้นทุนสินค้าและบริการที่เคยต้องจ่ายเป็นประจำเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อพิจารณาว่างบที่เคยเตรียมเอาไว้สำหรับจ่ายกับสินค้าและบริการเหล่านี้ในช่วงก่อนหน้านี้ยังเพียงพอกับในช่วงต่อจากนี้ไหม หากเตรียมงบสำหรับความบันเทิง การช้อปปิ้ง หรือท่องเที่ยว คงต้องกลับไปดูงบใหม่ว่าเพียงพอไหม หรือถ้าใช้จ่ายพวกนี้ไปจะไปกระทบกับเงินสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณรึเปล่า

4.ปรับปรุงเป้าหมายทางการเงินใหม่

สิ่งสุดท้ายที่บทความแนะนำให้ทำคือ การคิดใหม่อีกครั้งกับเป้าหมายทางการเงินระยะยาวที่วางไว้ เพราะถึงแม้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว ก็อาจจะยังไม่ได้กลับไปสู่ภาวะที่เคยเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดแบบชั่วข้ามคืน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังมากขึ้นและปรับเปลี่ยนความคาดหวังของตัวเอง เพราะเป้าหมายที่เคยวางแผนไว้เมื่อปี 2019 หรือในปี 2020 อาจจะไม่เหมาะแล้วกับสถานการณ์ในเวลานี้ เช่น ถ้าเคยมีแผนว่าจะซื้อบ้านหรือรถ ก็อาจต้องข้ามแผนนี้ไปก่อน หรือถ้าปีที่ผ่านมาเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้เงินออมหยุดชะงัก ก็อาจจะต้องเลื่อนเวลาในการเกษียณออกไป และที่สำคัญคืออาจต้องมาเน้นดูแลพื้นฐานทางการเงินของตัวเองก่อน

แม้ใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่า ฉันยังทำตามคำแนะนำเหล่านี้ไม่ได้ในเวลานี้ เพราะกลับมาดูที่ตัวเองยังขาดรายได้ หรือรายได้หดหายในช่วงล็อคดาวน์อยู่เลย แต่เราก็ยังอยากให้ทุกคนมีกำลังใจ และมีความหวังต่อไปสำหรับวันข้างหน้า เพราะถึงอย่างไร สถานการณ์ที่เลวร้ายย่อมมีจุดสิ้นสุด เมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้เห็นเศรษฐกิจกลับมาเติบโต และเพื่อตั้งรับหรือเตือนสติตัวเองไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท การเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไร จัดการการเงินอย่างไรในช่วงเวลาแบบนั้นก็คงจะดีกว่า การรอให้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง เชื่อว่าบางคนอาจจะลืมตัวไปว่าช่วงที่ผ่านมา เงินที่สะสมไว้หมดไปมากแค่ไหน แล้วก็ใช้จ่ายอย่างเต็มที่หลังจากที่เก็บกดมานาน ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรืออื่นๆ ดังนั้นคิดไว้ก่อน เตรียมไว้ก่อน ย่อมดีกว่าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ทุกท่านผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้

Story by จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น