4 ข้อต้องสงสัย “แชร์ลูกโซ่”

หลายคนคงจะเคยเห็นข่าวหน้าหนึ่ง หรือข่าวร้อนติดเทรนด์อยู่บ่อยครั้ง เกี่ยวกับการแจ้งจับ “แชร์ลูกโซ่” ถูกหลอกให้ลงทุนด้วยผลตอบแทนจูงใจแบบเวอร์วังอลังการ สุดท้ายพอหลวมตัวเข้าไปก็ต้องสูญเงินสาหัส โดยเฉพาะบางคนแทบหมดตัว เพราะควักเงินทั้งชีวิตที่สะสมมาได้ไปเทให้กับมันจนหมดหน้าตัด เพราะเห็นผลตอบแทนล่อใจตอนแรกๆ ที่เข้าไปแล้วมันดี๊ดี

ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ที่หากินลำบาก อาชีพต่างๆ ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดไปหมด เราจึงอยากออกมาเขียนเตือนทุกท่านด้วยความปรารถนาดี ไม่อยากให้ใครต้องถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์ที่แย่อยู่แล้ว ด้วยการถูกหลอกให้เข้าไปอยู่ในวงจรแชร์ลูกโซ่อีก โดยก่อนที่ทุกท่านจะหลวมตัวไปลงทุนอะไรแปลกๆ ขอให้สังเกต 4 ข้อ เหล่านี้ให้ดี เพราะมันอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ได้

1.ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงมากเวอร์ แถมไม่เสี่ยงเลย

นี่คือ ข้อสันนิษฐานอันดับหนึ่งเลย ที่ก่อนลงทุนควรจะคิดให้ดี เพราะขึ้นชื่อว่า การลงทุน ย่อมมีความเสี่ยง และโดยธรรมชาติแล้ว การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำตาม ส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ก็มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็มาพร้อมโอกาสขาดทุนสูงด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แชร์ลูกโซ่นั้น เป็นยิ่งกว่าความเสี่ยงสูง ถ้าเห็นว่า มีการนำเสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในอัตราสูงผิดปกติ แบบที่ในตลาดเวลานั้น ก็ไม่น่าจะทำกันได้ เช่น ลงทุนเท่าไหร่ได้คืนมาเท่านั้น หรือลงทุนเท่าไหร่ ได้คืนมามากกว่าเงินที่ลงทุนซะอีก ที่สำคัญ บอกอีกด้วยนะจ๊ะว่า ไม่เสี่ยงเลย ลงทุนกำไรแน่นอน เน้นๆ สงสัยไปก่อนเลยว่า แชร์ลูกโซ่แน่นอน

2.ชวนคนมาร่วมลงทุนได้มาก ยิ่งได้ผลตอบแทนสูง

ประเด็นนี้ ดูจะคล้ายๆ กับการตลาดแบบขายตรง แต่มันเป็นเส้นบางๆ ที่ต่างกัน ตรงที่ “ขายตรง” เน้นทำธุรกิจแบบเครือข่าย มีสมาชิกที่ชักชวนกันเข้ามาเป็นทอดๆ เป็นเครือข่าย แต่รายได้จะมาจากการขายสินค้าให้ลูกค้าได้เป็นหลัก ในขณะที่ “แชร์ลูกโซ่” คือ เน้นชวนคนเข้ามาเป็นสมาชิกเยอะๆ จะได้ผลตอบแทนเยอะๆ จากยอดสมาชิกที่หามาเพิ่มได้ แต่กลับไม่มีการขายสินค้าหรือบริการใดๆ ออกไปได้จริงเลย

ตัวอย่าง การหลอกลวง หาเครือข่ายสมาชิกที่มีสินค้าทิพย์เป็นตัวหลอกมาแล้ว ก็อย่างเช่น หาเครือข่ายมาสมัครเป็นสมาชิกด้วยค่าสมัครแพงๆ ถ้าหาเครือข่ายได้เยอะ ก็ได้ผลตอบแทนเยอะ โดยที่อ้างว่า สมาชิกที่สมัครเข้ามา ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เงินนั้นเอาไปซื้อของสินค้าและบริการได้ มีตั้งแต่สินค้าเกษตร สินค้าชุมชน บัตรเติมเงินมือถือ ยันบริการท่องเที่ยว แต่เอาเข้าจริง ถึงเวลาของไม่มี จองใช้บริการไม่ได้ เต็ม หมด หรือมีนะ แต่คุณภาพระดับต่ำ ถ้าเป็นแบบที่กล่าวมาข้างต้น โปรดระวัง “แชร์ลูกโซ่” แน่ๆ

และจงรู้ไว้เลยว่า ผลตอบแทนสูงๆ ที่เราได้เห็นในตอนแรกๆ มันไม่ได้มาจากการขายสินค้า แต่มันก็คือ การเอาเงินของคนใหม่ๆ ที่เข้ามาลงทุน มาจ่ายเป็นผลตอบแทนสูงๆ ล่อใจคนลงทุนเก่าๆ นั่นแหละ จะได้มีแรงจูงใจชวนคนมาลงทุนอีก หรือหนักกว่านั้นคือ เพิ่มเงินลงทุนเองไปเลยจ้า สุดท้ายคือ เจ็บแบบจุกๆ

3.แผนธุรกิจดูแล้วงงๆ ดูเป็นไปได้ยาก

ถ้ามีคนมาชวนให้ร่วมลงทุน อวดอ้างสรรพคุณผลตอบแทน แล้วยังล่อใจด้วยการเสนอผลตอบแทนสำหรับการชวนคนอื่นมาลงทุนเพิ่มอีก และที่สำคัญคือ นั่งฟังรายละเอียดธุรกิจที่เล่าให้ฟังแล้ว มันงงๆ มันแปลกๆ อ่านไปแล้ว เอ๊ะไม่เข้าใจ ว่ามันจะทำได้จริงยังไง เช่น มาจ้ะ มาซื้อไม้กฤษณากันเถอะ เธอไม่ต้องมีพื้นที่ปลูกหรอกนะ เพียงแค่เธอจ่ายเงินมา เดี๋ยวบริษัทฉันจะไปปลูกต้นไม้ให้ ซึ่งต้นไม้นี้ปลูกลงทุนไปแปรรูปเป็นโน่นนั่นนี่นะ แล้วเธอก็จะได้ผลตอบแทนไปเรื่อยๆ หลังจากลงทุนปลูกไปจ้ะ

ถ้ามาลองคิดดีๆ ตามหลักการจริงๆ มันเป็นไปได้หรอกที่เราลงทุนปลูกวันนี้ อีกไม่กี่วันได้ผลตอบแทนเลย ในเมื่อต้นไม้ มันไม่ได้ใช้เวลาวันเดียวโต โน่น กี่ปีล่ะกว่าจะใหญ่ขนาดที่ตัดออกไปแปรรูป หรือทำอะไรได้

โดยสรุปก็คือ ถ้ารูปแบบการดำเนินธุรกิจ ดูไม่ชัดเจน คลุมเครือ หรือดูเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง สงสัยไว้นะว่า แชร์ลูกโซ่ รึเปล่า และก็จงจำไว้ว่า การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง เราควรจะศึกษาให้ดีก่อนจะลงทุนอะไร ควรลงทุนในสิ่งที่เรารู้ ไม่ใช่ลงทุนอะไรก็ไม่รู้

4.ไม่ได้หน่วยงานไหนรับรอง

โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นรูปแบบการระดมทุนที่ถูกต้อง คือ มีการระดมเงินจากคนเยอะๆ เพื่อมาลงทุนกับบริษัทในรูปแบบของหุ้น เช่น การขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ก็ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนถึงจะทำได้

หรือถ้าเป็นธุรกิจเครือข่ายขายสินค้าจริงๆ ตัวสินค้านั้น ก็ควรจะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรืออะไรก็ตามแต่ที่เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับสินค้านั้น เช่น ทัวร์ ก็ต้องมาจากบริษัททัวร์ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตจาก กรมการท่องเที่ยวให้ทำธุรกิจนำเที่ยวได้ ซึ่งใบอนุญาตเหล่านี้ย่อมตรวจสอบได้อยู่แล้ว จากสำนักงานต้นทาง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของ แชร์ลูกโซ่ การลงทุนลวงโลก ที่ทำให้คนบาดเจ็บสาหัสมานับไม่ถ้วนแล้ว

หากใครสงสัยว่า ตัวเองหลวมตัวเข้าไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่เข้าให้แล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (dsi) ให้คำแนะนำไว้ว่า สิ่งที่ท่านต้องทำคือ 1.เก็บหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเอาไว้ มีเท่าไหร่เก็บให้หมด รวมทั้งรูปถ่าย ในวาระโอกาสต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย 2.ให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้เลย โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 หรือ www.dsi.go.th หรือแอปพลิเคชันกรมสอบสวนคดีพิเศษ บนมือถือที่ชื่อว่า “แชร์ลูกโซ่” (ชื่อตรงตัวเป๊ะๆ) 

และสำหรับใคร ที่รู้ตัวว่า กำลังทำแชร์ลูกโซ่อยู่ แล้วยังทำต่อไป ตั้งใจหลอกคนอื่นให้เข้ามาสู่วงจรนี้ โปรดรู้ไว้เลยว่า ท่านกำลังกระทำความผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 เป็นการหลอกลวงประชาชนโดยให้ชักชวนให้ลงทุน โดยนำเงินหรือทรัพย์สิน และให้ไปชักชวนคนให้นำเงินมาลงทุนต่อไปเรื่อยๆ ต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยผู้หลอกลวงมิได้นำเงินที่ได้มาไปประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพียงแต่นำเงินที่ได้มาจากผู้ลงทุนรายใหม่ ไปหมุนเวียนจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนรายเก่า

มาตรา 5 เป็นความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนฯ ตามลักษณะของมาตรา 4 และมาตรา 12 ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 4 หรือมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา 341 ที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 ได้ด้วย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 14,000 บาท

สรุปแล้ว คิดจะลงทุนอะไร คิดให้ดี จะได้ไม่ถูกหลอกไปลงทุนแชร์ลูกโซ่ ส่วนใคร คิดจะรวยทางลัดด้วยการทำแชร์ลูกโซ่ ก็จงระวังไว้ คุกรออยู่ข้างหน้า คุกนี้ไม่ทิพย์นะจ๊ะ เพราะการกระทำทุกอย่างล้วนมีหลักฐานที่สืบสาวราวเรื่องจนหาตัวเจอได้อยู่แล้ว 

You may also like...

1 Response

  1. 24/05/2021

    […] ต้องยอมรับว่ามุมมองของผู้เชี่ยวชาญหรือนักลงทุนระดับมีมุมมองที่แตกต่างกันสิ้นเชิงต่อ cryptocurrency ฝั่งที่มีมุมมองเชิงลบ เช่น Warren Buffet นักลงทุน VI ชื่อดัง Michael Burry นักลงทุนผู้ทำกำไรจำนวนมากได้จากวิกฤติ Hamburger Crisis รวมถึงล่าสุด อดีตเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Paul Krugman ที่ออกมากล่าวว่า Bitcoin เป็นหนึ่งในแชร์ลูกโซ่ขนาดมหึมา […]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น