มีคริปโทฯ ไว้ ใช้ทำอะไรได้

คริปโทเคอเรนซี เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้ความสนใจเป็นระยะๆ ตามกระแสข่าวเกี่ยวข้องที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันด้านลบจากธนาคารกลาง การกระพือกระแสของผู้ทรงอิทธิพล เช่น อีลอน มัสก์ ซึ่งแต่ละครั้งที่ส่งข้อความอะไรออกมาล้วนมีผลกระทบต่อราคาทั้งสิ้น โดยราคาของคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนมาก เช่น Bitcoin คริปโทฯ อันดับ 1 ที่ราคาปรับตัวราวกับการเล่นรถไฟเหาะตีลังกา

จากข้อมูลในเว็บไซต์ข้อมูลสกุลเงินดิจิทัล Coindesk พบว่า เฉพาะเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว bitcoin เคยร่วงลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปแตะระดับต่ำสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ระดับ 29,504.96 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 เหรียญ bitcoin ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือน  และวันสุดท้ายของเดือน 31 ก.ค. ราคาก็ทะลุ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นมาอยู่ที่ 41,918.95 ดอลลาร์สหรัฐ  

เรียกว่า ถ้าใครซื้อ bitcoin ในวันที่ 20 ก.ค. ในราคาต่ำสุดนี้ และขายออกได้ในวันที่ 31 ก.ค. ก็มีกำไรแล้ว 42% แต่นอกจากซื้อและขายเพื่อเก็งกำไรแล้ว คุณเคยนำ bitcoin หรือคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอื่นๆ ไปซื้อสินค้าจริงๆ หรือเปล่า

เปิดข้อมูล 3 ธุรกิจที่รับคริปโทฯ ชำระเงินมากที่สุด

เว็บไซต์สถิติ statista.com นำเสนอข้อมูลว่า ณ วันที่ 9 มี.ค. 2021 ธุรกิจที่มีตู้เอทีเอ็มแลกคริปโทฯ เป็นเงิน หรือให้ใช้คริปโทฯ ชำระเงินในร้านค้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มร้านอาหารจานด่วน และร้านอาหารทั่วไป 1,904 แห่งทั่วโลก รองลงมาคือ ที่พัก 1,159 แห่ง ตามด้วยบริการไอที 1,129 แห่ง ส่วนธุรกิจอื่นๆ ที่รับ เช่น อี-คอมเมิร์ซ สถานีบริการน้ำมัน ร้านกาแฟ ธุรกิจบริการ ที่ตั้งของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ การขนส่งทางถนน ยาสูบ โรงพยาบาลและผู้ให้บริการสุขภาพ

(ที่มา : https://www.statista.com/statistics/1222768/business-types-with-crypto-payment-solution/)

ขณะที่ เว็บไซต์หอการค้าอเมริกัน uschamber.com เคยนำเสนอบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ ด้วย โดยชี้ว่า Bitcoin, Ethereum, Polkadot และ Litecoin กำลังมีขนาดเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  จึงเริ่มเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ยอมรับคริปโทฯ ในการชำระเงินสำหรับค่าสินค้าและบริการมากขึ้น

บทความนี้ ชี้ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ก็สามารถก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในการรับคริปโทฯ ได้เช่นกัน ผ่านความช่วยเหลือของผู้ดำเนินการรับชำระเงินออนไลน์ ได้แก่ BitPay, CoinBase Commerce, GoCoin, PayPal และ TripleA ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ ได้ 

10 ตัวอย่าง บริษัทที่รับหรือเคยรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ

หลังจากทราบไปแล้วว่า ธุรกิจกลุ่มไหนที่มีการยอมรับคริปโทฯ กันมาก หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก คราวนี้เราคอยกตัวอย่างรายชื่อ 10 ธุรกิจที่รับ เคยรับ หรือกำลังทดลองรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ กันดีกว่า จะได้เห็นภาพกันมากขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีใครเคยลองชำระเงินด้วยคริปโทฯ กับธุรกิจเหล่านี้กันมาแล้ว

  • Microsoft หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ยอมรับชำระเงินด้วย bitcoin เพื่อจ่ายบริการเช่น Xbox Live และ Skype เป็นต้น
  • Amazon ปัจจุบันยังไม่ได้รับคริปโทฯ ชำระเงินโดยตรง แต่เปิดทางให้นำคริปโทฯ ไปซื้อบัตรกำนัลของ Amazon ผ่านบริษัท Bitrefill ซึ่งเป็นบริษัทคริปโทฯ ในเครือ โดยแนวทางนี้ก็ทำให้ผู้ที่มีคริปโทฯ ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • Visa เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เพิ่งเปิดให้แพลตฟอร์ม Crypto.com ซึ่งเป็นโครงการนำร่องรับคริปโทฯ ในการทำธุรกรรมชำระเงินผ่านเครือข่ายที่มีได้ โดยปัจจุบันเปิดรับ USD Coin (USDC) ซึ่งเป็นคริปโทฯ ประเภท stablecoin อิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
  • Subway เป็นร้านอาหารที่สามารถเดินเข้าไปซื้อแซนด์วิชด้วย bitcoin ได้ในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก
  • Starbucks ที่อยู่ระหว่างทดลองให้ลูกค้าใช้แอปพลิเคชัน Bakkt ชำระค่าเครื่องดื่มและอาหารที่เครือร้านกาแฟได้ ซึ่งแอปนี้จะแปลง bitcoin เป็นเงินสดอีกทีหนึ่ง โดยขณะนี้กลุ่มผู้ทดสอบเป็นกลุ่มที่ได้รับเชิญ 500,000 คน
  • AXA Insurance บริษัทประกัน ที่ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เปิดให้ลูกค้าในสวิตเซอร์แลนด์ใช้ bitcoin เป็นทางเลือกในการชำระค่าบริการได้ เพื่อให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-55 ปี ที่มีการลงทุนในคริปโทฯ หรือสนใจสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว  
  • airBaltic สายการบินของลัตเวียเป็นสายการบินแรกในโลกที่รับชำระเงินด้วย Bitcoin ตั้งแต่ปี 2014 โดยตั้งแต่เปิดรับจนถึงวันนี้ผ่านมา 7 ปี มีการทำธุรกรรมชำระเงินด้วย bitcoin ไปแล้วมากกว่า 1,000 ครั้ง
  • Expedia ผู้ให้บริการท่องเที่ยวรายใหญ่ ที่รับ bitcoin ผ่านแพลตฟอร์ม Travala ซึ่งเป็นพันธมิตรที่รับการจองด้วยคริปโทฯ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ได้มากกว่า 700,000 แห่งทั่วโลก ด้วยสกุลเงินคริปโทฯ มากกว่า 50 สกุลเงิน รวมถึง bitcoin
  • Pavilion Hotels & Resorts เครือโรงแรมฮ่องกง ถือเป็นเครือโรงแรมระดับนานาชาติเครือแรกที่ยอมรับชำระเงินด้วยสกุลเงินเสมือน โดยเครือนี้มีที่พักอยู่ในอัมสเตอร์ดัม แมดริด ลอนดอน โรม บาหลี และภูเก็ต มีการเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 40 สกุุล ในจำนวนนี้ก็รวมถึง bitcoin และ ethereum ด้วย เป็นการเปิดรับชำระผ่านทางแพลตฟอร์มชำระเงินพันธมิตร Coindirect
  • Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง ซึ่งหลายๆ คนคงเคยได้ยินข่าวฮือฮาเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ประกาศรับชำระเงินค่ารถยนต์ไฟฟ้า Tesla ด้วย bitcoin แต่การเปิดรับนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะผ่านไปเพียง 2 เดือน วันที่ 13 พ.ค. Elon Musk ก็ออกมาติดเบรกชั่วคราว หลังถูกท้วงติงว่าการขุด bitcoin ใช้พลังงานสูง แต่ก็เปิดช่องไว้ว่า หากในอนาคตพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อขุด bitcoin มากขึ้น ก็อาจจะกลับมารับ bitcoin อีกครั้ง

ส่องประเทศที่แบนการชำระเงินด้วยคริปโทฯ

แม้จะมีธุรกิจที่ลองเปิดรับคริปโทฯ ชำระเงิน แต่ก็ใช่ว่า หนทางในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงินของ bitcoin และสกุลเงินคริปโทฯ อื่นๆ จะสดใส เพราะอันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ที่ยอมรับเรื่องการใช้คริปโทฯ ชำระเงิน

ที่ชัดเจนที่สุด หนีไม่พ้น “จีน” ถือเป็นประเทศที่ออกตัวแรง ออกตัวชัดเจน โดยรัฐบาลประกาศเป็นนโยบายเลยในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ห้ามสถาบันการเงินหรือธุรกิจรับชำระเงินทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ ขณะที่ ตุรกี ก็เป็นอีกชาติที่ธนาคารกลางประกาศห้ามใช้คริปโทฯ ในการซื้อสินค้าหรือทำธุรกรรม โดยยกประเด็นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรม และความเสี่ยงของการทำธุรกรรมขึ้นมาเป็นประเด็น ส่วนอินโดนีเซีย ก็เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่ธนาคารกลางประกาศห้ามใช้คริปโทฯ ในการชำระเงินเช่นกัน

ต้นตอสำคัญที่ทำให้หลายประเทศกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมด้วยคริปโทฯ ก็คือ ความสุ่มเสี่ยงในการที่สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้ โดยเฉพาะ bitcoin จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ในการไปเรียกค่าไถ่ธุรกิจต่างๆ รวมถึงเหล่าคนโกง คนทำธุรกิจผิดกฎหมายที่หวังใช้คริปโทฯ เพื่อการฟอกเงิน

เพราะการชำระด้วยคริปโทฯ สามารถดำเนินการโดยไม่รู้ตัวตนของผู้ที่รับชำระได้ ซึ่งเมื่อเหล่าอาชญากรไซเบอร์ ไปเรียกค่าไถ่มาเป็นคริปโทฯ หรือคนโกง คนทำธุรกิจผิดกฎหมายรับคริปโทฯ มาแล้วหามีพื้นที่ให้แลกคริปโทฯ เป็นเงิน หรือรับชำระด้วยคริปโทฯ ได้ ก็จะเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มเหล่านี้ฟอกเงินที่ได้มาแบบผิดกฎหมายได้แบบสบายๆ

ควรใช้คริปโทฯ ชำระเงินหรือไม่

หลังจากทราบมาแล้วว่า ทั่วโลกมีธุรกิจที่เริ่มรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ แต่ก็มีบางประเทศที่มีข้อจำกัดในการห้ามทำธุรกรรมคริปโทฯ คราวนี้ก็มาถึงประเด็นที่ว่า เราควรจะลองชำระเงินด้วยคริปโทฯ แทนเงินสกุลท้องถิ่นดีหรือไม่

คำตอบก็คือ ถ้าคุณเป็นคนที่ขุด bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ หรือแม้กระทั่งมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในครอบครองแล้ว การนำไปชำระแทนเงินสกุลท้องถิ่นเพื่อแลกกับสินค้าและบริการ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เห็นภาพการใช้ประโยชน์จากสกุลเงินดิจิทัลได้ชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ “ต้นทุน” ของสกุลเงินดิจิทัลที่มี เพราะเชื่อว่าแต่ละคนได้มาด้วยต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน แม้แต่การขุดสกุลเงินดิจิทัล โดยใช้ระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ทำงาน ก็มีต้นทุนเป็นค่าไฟ และค่าเสียเวลา ซึ่งหากคำนวณดูแล้ว ต้นทุนของสกุลเงินดิจิทัลที่มีในมือ คุ้มค่ามากพอ เมื่อเทียบกับราคาที่จะไปชำระ ก็แนะนำว่า ลองใช้ดูก็ไม่เสียหาย

แต่จากความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดิจิทัลที่ผันผวนมาก ราคาเหวี่ยงขึ้นลงแรง หากมีต้นทุนสกุลเงินดิจิทัลอยู่สูงมาก ก็อาจจะไม่คุ้มค่านัก เมื่อนำไปชำระเพื่อแลกสินค้าและบริการ

ส่วนในกรณีที่ไม่ได้มีคริปโทฯ ในมือ อันนี้ไม่แนะนำให้ไปพยายามแลกคริปโทฯ เพื่อไปทดลองใช้จ่าย เพราะเปรียบแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากเวลาที่เราจะนำเงินบาทไปแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อไปใช้จ่ายเวลาไปเที่ยวประเทศนั้นๆ พอเงินเหลือกลับมา หากเป็นเหรียญก็ใช่ว่าจะแลกคืนได้ ก็เหมือนกับเราไปซื้อคริปโทฯ มา ถ้าจ่ายแล้วเหลือ และเราก็ไม่ได้มีการซื้อขายหรือทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทดลองให้อินเทรนด์

ที่สำคัญ คริปโทฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงในเรื่องการยอมรับชำระเงิน วันนี้ธุรกิจอาจเปิดรับ แต่วันหน้าอาจจะเจอกับการปิดรับคริปโทฯ ก็ได้ ดูง่ายๆ อย่าง Tesla ที่เปิดรับแค่ 2 เดือนกว่าๆ ก็ปิดรับชั่วคราวแล้ว ดังนั้นก็ขอให้มองเรื่องการรับชำระด้วยคริปโทฯ เป็นหมือนแพ็กเกจเสริมสำหรับคนที่มีคริปโทฯ ในมือไว้ซื้อขายแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว ได้ใช้เป็นช่องทางเพื่อปลดปล่อยคริปโทฯ ที่มีก็พอ

Story by จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *