จีนจัดระเบียบธุรกิจ แล้วยังลงทุนหุ้นจีนได้มั้ย

ช่วงนี้เราจะได้เห็นทางการจีนออกมาจัดระบียบธุรกิจอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา จีนมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยหน่วยงานด้านกฎระเบียบในตลาดของรัฐ หรือ the State Administration for Market Regulation (SAMR) เผยแพร่ร่างกฎเกณฑ์เพื่อหยุดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนอินเทอร์เน็ต ในช่วงเวลาที่จีนกำลังปราบปรามภาคเทคโนโลยีในประเทศอย่างกว้างขวาง

ตัวอย่างรายละเอียดของร่างกฎระเบียบ

ได้แก่

  • ผู้ดำเนินกิจการไม่ควรให้ข้อมูลเท็จ เช่น จำนวนคลิกบนเนื้อหา
  • ผู้ดำเนินกิจการไม่ควรปกปิดรีวิวเชิงลบและโปรโมทแต่รีวิวเชิงบวกอย่างเดียว
  • แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตไม่ควรใช้ข้อมูล อัลกอริธึ่ม และเทคนิคอื่นๆ เพื่อโน้มน้าวให้เป็นทางเลือกผู้ใช้งาน หรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อดำเนินการแย่งชิงทางการสื่อสาร เช่น เมื่อบริษัทต้องการให้ลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ของตัวเองในขณะที่พวกเขากำลังดูเว็บไซต์อื่น
  • ผู้ให้บริการไม่ควรใช้ข้อมูลและอัลกอริธึ่มเพื่อจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการค้าของคู่แข่ง

หน่วยงานกำกับจะขอทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้ ภายในวันที่ 15 ก.ย. นี้ ซึ่งก็แปลว่า กฎระเบียบยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะผ่านช่วงเวลานี้ไป

สิ่งที่จีนจัดการปราบปรามก่อนหน้านี้

เช่น

  • ปรับ Alibaba 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยประเด็นการผูกขาดทางการค้า ในเดือน เม.ย.
  • สืบสวนบริษัทส่งอาหาร Meituan ด้วยประเด็นสงสัยเรื่องการผูกขาด ในเดือน พ.ค.
  • ระงับแผนของ Tencent ในการควบรวมเว็บไซต์สตรีมมิ่งวิดีโอเกมส์ Huya และ DouYu เนื่องจากกังวลเรื่องการต่อต้านการผูกขาด ในเดือน ก.ค.
  • ลบแอปพลิเคชัน Didi ออกจากแอปสโตร์ เพียง 1 วัน หลังจากเสนอขาย IPO ในนิวยอร์ก ในเดือน ก.ค.
  • สั่งปรับโครงสร้างธุรกิจการศึกษา พร้อมสั่งให้ถอนเงินลงทุนจากต่างชาติออกไป

นี่น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ทางการจีนดำเนินการเท่านั้น ซึ่งจุดประสงค์ปลายทางก็คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อไปสู่เป้าหมายสำคัญในการทำให้คนจีนมีความเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน มีกินมีใช้ไปด้วยกัน ขจัดความไม่เท่าเทียมออกไป

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจจะทำให้นักลงทุนรู้สึกกังวลกันบ้างว่า จีนเล่นใหญ่ขนาดนี้ แล้วอย่างนี้จะไปลงทุนในหุ้นจีนได้อยู่รึเปล่า

คำตอบก็คือ ถ้าคิดจะซื้อกองทุนหุ้นจีนเพื่อหวังกำไรระยะสั้น อาจต้องเตรียมตัวเจ็บหนักเลย เปรียบแล้วก็เหมือนจีนกำลังอยู่ในพายุหมุน ไม่รู้ว่าอะไรจะพังบ้าง หลังจากพายุผ่านไป แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว ภาวะแบบนี้ที่คนกังวลแบบนี้ ก็ถือเป็นโอกาสของการลงทุนสะสมหุ้นจีนเอาไว้ได้ เพราะการปราบปรามของจีน ทำเพื่อปลายทางที่ดีกว่า ทำให้ธุรกิจต่างๆ ลืมตาอ้าปากได้ถ้วนหน้า ไม่ใช่มีแค่บางธุรกิจกินรวบตลาดไป

สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า คำว่าลงทุนระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าแค่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ควรจะยาวกว่านั้น คือ 3-5 ปีขึ้นไป และเงินที่ลงทุนควรจะเป็นเงินเย็นๆ ที่พร้อมไปต่อยาวๆ ได้ ไม่ใช่เงินที่ลงทุนวันนี้ แล้วต้องรีบนำออกไปใช้ทำอะไร ที่สำคัญต้องมั่นใจด้วยว่า ใจแกร่งพอ จะรู้สึกสงบนิ่งได้ เวลาที่เงินลงทุนเจอความผันผวนมากๆ แต่ถ้าใจไม่ไหว เห็นความผันผวนระหว่างทางแล้วใจมันสั่นเอามากๆ ก็อย่าเพิ่งเข้ามา รอให้ใจร่มๆ เงินพร้อมๆ ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

Story by จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น