ทำความรู้จักหุ้น BAM

ตั้งแต่เกิดวิกฤติ COVID-19 เมื่อช่วงปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวทำจุดต่ำสุดรายเดือนที่ 1,125 จุด ปัจจุบัน SET index อยู่ที่ 1,521 จุด เป็นการปรับตัวขึ้นมาราว 35% อย่างไรก็ตาม มีหุ้นหลายตัวที่ไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นมาเหมือนกับ SET Index

BAM คือหนึ่งในหุ้นที่กล่าวถึงข้างต้น ราคาปิดของ BAM ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 16.80 บาท เทียบกับราคาปิดในเดือนมีนาคม 2563 ที่ 20 บาท และราคาปิดในเดือนธันวาคม 2562 ที่ 18.10 บาท แม้กระทั่งหากนับราคาต่ำสุด ตั้งแต่เข้าตลาดที่ 15.60 บาท เทียบกับปัจจุบัน จะเห็นว่าเป็นการปรับตัวขึ้นเพียงประมาณ 7% เท่านั้น ถือเป็นหุ้นที่ laggard SET Index เป็นอย่างมาก (ปรับขึ้นล้าหลังกว่าตลาดนั่นเอง)

วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับหุ้นตัวนี้ รวมถึงปัญหาและโอกาสในอนาคตของ BAM กันครับ

BAM หรือบมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หากดูชื่อภาษาอังกฤษ จะพบคำว่า Asset Management ซึ่งจะไปคล้ายกับชื่อของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม แต่ความเป็นจริงแล้ว มีลักษณะการทำธุรกิจที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แรกเริ่มนั้น BAM ถูกจัดตั้งขึ้นมาตามแผนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินของกระทรวงการคลังตามมติคณะรัฐมนตรี ในช่วงหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ก่อนที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหาชนในเดือนธันวาคม 2558 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562

ก่อนหน้าที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BAM กว่า 99% คือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แต่ภายหลังเข้าจดทะเบียนสัดส่วนดังกล่าวเหลืออยู่ที่ 45.79% ทำให้ BAM กลายมาเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว

BAM ประกอบธุรกิจการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) เช่น อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เพื่อนํามาบริหารหรือขายทำกำไรต่อไป

คู่แข่งทางธุรกิจที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน คือ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ขณะที่ในตลาดฯ มีบริษัทที่ทำธุรกิจบางส่วนใกล้เคียงกัน คือ บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) และบมจ. ชโย กรุ๊ป (Chayo)

ลองมาดูสินทรัพย์ย้อนหลังของ BAM

ปี                             สินทรัพย์

2562                      1.15 แสนล้านบาท

2563                      1.32 แสนล้านบาท

2564 (Q1)            1.24 แสนล้านบาท

จากขนาดสินทรัพย์ BAM ถือเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มาดูกำไรสุทธิกันบ้าง

ปี                             กำไรสุทธิ

2562                      6.5 พันล้านบาท

2563                      1.8 พันล้านบาท

2564 (Q1)            247 ล้านบาท

BAM มีกำไรสุทธิปี 2563 ลดลงจากปี 2562 ละเป็นตัวเดียวเช่นกันที่มีกำไร Q1 ปี 2564 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัญหาที่ BAM เผชิญอยู่ คืออะไร

ปัญหาของ BAM

วิกฤติ COVID-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยงหรือโรงแรมเท่านั้น บริษัทมากมายในหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ เช่นเดียวกัน BAM ก็โดนผลกระทบจากวิกฤตินี้ด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 บริษัทจัดอันดับเครดิต Tris Rating ได้ทำการปรับลดอันกับเครดิตของ BAM ลงจาก AA-(tha) เป็น BBB+(tha) นอกจากนี้การปิดตัวของกรมบังคับคดี (LED) ในช่วงวันที่ 30 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2563 ทำให้การนำสินทรัพย์มาขายทอดตลาด ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ทางหนึ่งของ BAM ขาดหายไป มาในปี 2564 สถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้กรมบังคับคดีมีการปิดสาขาอีกในเดือนมกราคม และมีการปิดเป็นช่วงตามที่มีการระบาด

ล่าสุดมีการปิดอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมและคาดว่าจะยาวไปถึงสิงหาคมหรือนานกว่านั้น เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อ BAM อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ เศรษฐกิจของไทยที่โดนกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนล่าสุดขยับขึ้นที่ 90% ทำให้การชำระเงินของลูกหนี้ กลุ่ม NPL มีโอกาสที่จะล่าช้าออกไป หรือจัดเก็บได้ลำบากขึ้น

จากปัจจัยลบข้างต้นที่ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าจะจบลงเมื่อใด ส่งผลมายังราคาหุ้นของ BAM ซึ่งหลังจากเข้า IPO ในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ราคา 17.50 และปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 36.25 บาท หลังจากนั้นก็เคลื่อนไหวในทิศทางลบมาตลอด ล่าสุดอยู่ที่ราคา 16.80 บาท หากนับจากจุดสูงสุด ถือเป็นการปรับตัวลดลงกว่า 50%  บทวิเคราะห์ของหลายๆ บริษัทหลักทรัพย์ได้ทำการปรับราคาเป้าหมายของ BAM มาในทิศทางลบมาตลอด

ฟ้าหลังฝนของ BAM

แม้จะเจอผลกระทบจากวิกฤติครั้งล่าสุด แต่หากมองอีกมุม เราก็อาจจะเห็นโอกาสฟื้นตัวของ BAM ได้เช่นกัน การพยายามระดมฉีดวัคซีนของไทย แม้ต้องยอมรับว่าล่าช้ากว่าหลายประเทศ แต่หากสามารถทำได้ถึงจุดที่ประชาชนเริ่มมีภูมิคุ้มกันหมู่ เชื่อว่าเวลานั้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น จะส่งผลบวกต่อ BAM เช่นกัน การกลับมาเปิดอย่างเต็มรูปแบบของกรมบังคับคดีจะส่งผลดีในการประมูลทรัพย์ของ BAM ได้ในอนาคต

ในเดือนธันวาคม 2563 บริษัทได้ทำการแต่งตั้งคุณบัณฑิต อนันตมงคล ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท คุณบัณฑิตเคยผ่านการทำงานกับ AIA, บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม รวมถึงเป็นกรรมการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณบัณฑิต เชื่อว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ BAM กลับเติบโตได้หลังวิกฤตินี้

BAM ยังพยายามเจาะช่องทางออนไลน์ โดยมีการร่วมมือกับสหการประมูลทำการประมูลออนไลน์ ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็น New normal ใหม่ของการประมูลสินทรัพย์ในอนาคต และอาจจะเป็นอีกช่องทางในการสร้างการเติบโตให้ BAM ได้

ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ยังเป็นโอกาสอันดีของบริษัทในกลุ่มนี้ ที่จะทำการสะสมหนี้ที่มีการปล่อยออกมาจากสถาบันการเงิน โดย BAM มีโอกาสในการเข้าประมูลและสะสมหนี้ดังกล่าว ที่คาดว่าจะมีการปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก และรอเวลาที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นกลับมา เพื่อทำการเรียกชำระหนี้ หรือทำการขายสินทรัพย์ที่ซื้อมาสะสมและปรับปรุงสร้างมูลค่าเพิ่มไว้ออกไป

สำหรับผู้ที่ลงทุนกับหุ้น BAM ต้องยอมรับว่าเจอกับช่วงเวลาที่อึดอัดพอสมควร อยากให้ทุกคนอดทนและลองศึกษา รวมทั้งติดตามพัฒนาการของหุ้นตัวนี้ต่อ ไป เชื่อว่าถ้าสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้นเมื่อไหร่ ฟ้าหลังฝนของ BAM คงจะกลับมาครับ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ

หลังจากเข้า IPO BAM ได้รับการนำเข้าไปคำนวณดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 แต่เพียง 6 เดือน BAM ได้ถูกถอดออกจากการคำนวณ SET50 ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564 แล้ว แต่ยังคงอยู่ในดัชนี SET100

คำเตือน : บทความนี้จัดทำขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *