ทำไมต้องลงทุน?

ทำไมต้องลงทุน? เป็นคำถามสำหรับบางคน ที่ข้องใจว่า ฉันจะเก็บเงินสดเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้รึไง หรือฝากเงินในแบงก์ไว้เฉยๆ ก็ได้ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่แล้ว ไม่อยากไปลงทุนให้ยุ่งยากวุ่นวาย

อันที่จริงแล้ว เหตุผลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่ในวันนี้ makemewealth จะมาลองเล่าถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องลงทุน? ให้ฟังกัน

เงินเท่าเดิม มูลค่ามันลดลงทุกวัน

เหตุผลพื้นฐานสุดๆ เลยก็คือ เงินจำนวนเท่าเดิมที่เรามีอยู่ ในวันนี้ ผ่านไปอีกไม่กี่เดือน ไม่กี่ปีข้างหน้า มูลค่าของมันจะไม่เท่าเดิมอีกต่อไป แต่มันมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ไปตามกาลเวลา ลองนึกง่ายๆ ก็ได้ เราเคยขึ้นรถเมล์แดง ราคา 3.50 บาท แต่มาวันนี้ ผ่านไปไม่กี่ปี ค่ารถเมล์แดงกลายเป็น 8 บาทซะแล้ว หรือหมูปิ้งที่เราเคยซื้อไม้ละ 3 บาท 5 บาทแต่ก่อน มาวันนี้ แทบจะหาราคานี้ไม่ได้แล้ว อย่างต่ำๆ ก็ไม้ละ 10 บาท นั่นแปลว่า เงินในมือที่เรามีอยู่ ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ พอเวลาผ่านไป หยิบมันขึ้นมาใช้ มูลค่าของมันก็ลดลงไปแล้ว

หรือถ้าแค่ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ ดอกเบี้ยที่ได้ก็น้อยเหลือเกิน น้อยจนดอกเบี้ยที่ได้มาแต่ละรอบ มันงอกไม่ทันราคาสิ่งของต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ถ้าพูดตามภาษาเศรษฐกิจ ฟังดูวิชาการเลยก็คือ มันมีเรื่อง “อัตราเงินเฟ้อ” นั่นเอง

สมมติว่า มี 100 บาท เมื่อวันนั้น ซื้อหมูปิ้ง 5 บาท ได้ 20 ไม้ แต่เราอดใจไม่ซื้อวันนั้น เก็บเงินก้อนนั้นไว้มาซื้อวันนี้ ซึ่งผ่านมาหลายปี หมูปิ้ง ราคา 10 บาทต่อไม้ แทนที่เราจะซื้อหมูได้ 20 ไม้ ก็กลายเป็นว่า ซื้อได้แค่ 10 ไม้ด้วยเงินจำนวนเดียวกัน นี่แหละ เหตุผลพื้นฐานเลยที่เราควรลงทุน

หาเงิน โดยใช้เครื่องทุ่นแรง

การลงทุนก็เหมือนกับเป็นเครื่องมือทุ่นแรงที่ช่วยเราหาเงินได้อีกทางหนึ่ง ในกรณีที่เราไปลงทุนแล้วมีกำไร ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ แทนที่เราจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินอย่างเดียว ด้วยการใช้หยาดเหงื่อแรงงาน เราก็เพิ่มช่องทางการหาเงินอีกทางด้วยการเอาเงินที่เราเก็บสะสมไว้ และไม่ได้คิดจะเอาไปใช้จ่ายอะไรเร็วๆ นี้ เพราะตั้งใจเก็บไว้ระยะยาว ไปใช้ลงทุนในช่องทางกที่สามารถทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยได้ ซึ่งก็จะทำให้เงินที่เราเก็บสะสม มีโอกาสเพิ่มพูนได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อควรรู้ไว้สำหรับเครื่องทุ่นแรง ที่เรียกว่า “การลงทุน” ก็คือ การลงทุน ไม่ได้ทำให้เรา ได้กำไรเพียงอย่างเดียว บางทีลงทุนไปแล้วก็อาจขาดทุนได้ ถ้าสิ่งที่เราลงทุนไม่มีอนาคต หรือโดนอะไรมากระทบ แต่ถ้ามองในแง่ดี เราไม่ได้นำเงินไปลงทุน เอาไว้เฉยๆ มูลค่ามันก็ลดลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว

ในทางกลับกันถ้าลองไปลงทุนดู โดยศึกษาให้ดีๆ หน่อยกับสิ่งที่จะลงทุน เช่น ลงทุนหุ้น หรือกองทุนรวม เราก็อาจจะมีโอกาสได้กำไรจากการลงทุนนั้นเช่นกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ถ้าเลือกให้ดี และปล่อยเวลาลงทุนได้นานเพียงพอ ก็มีโอกาสที่เงินจะงอกเงย มากกว่าจะขาดทุน 

ทำให้เงินงอกเงย ก็ดีกว่าใช้อย่างเดียวจนไม่เหลือ

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่น่าจะโดนใจใครหลายคนว่า “ทำไมต้องลงทุน?” ก็คือ มันจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะหาทางเก็บเงินและเพิ่มมูลค่าให้กับเงินก้อนที่เก็บไว้ แทนที่จะมุ่งมั่นชอปรัวๆ เปย์กระหน่ำจนมันไม่เหลือ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วัยเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ มักจะผิดพลาดกัน รู้ตัวอีกที คือ หมดแล้ว ใข้หมดแล้ว ไม่เหลือเลย แล้วก็เจอปัญหาไม่มีเงินเก็บพอสำหรับอนาคต เพราะมัวแต่คิดเรื่องใช้จ่าย คิดว่าเก็บเงินได้แล้วจะเอาไปเที่ยว ไปซื้อกระเป๋า ไปซื้อมือถือใหม่ ทั้งที่จริงๆ อาจจะยังไม่จำเป็นต้องซื้อของพวกนี้เลยด้วยซ้ำ บางครั้งก็ซื้อไปเพราะโปรสะกดจิต แต่ไม่เค้ยไม่เคยคิดเลยว่า เก็บเงินได้แล้ว จะเอาเงินก้อนนั้นไปต่อยอดให้มันงอกเงย ถ้าเราคิดได้ว่าทำไมต้องลงทุน ตั้งแต่เนิ่นๆ รู้จักแบ่งเงินที่เก็บไปลงทุนบ้าง มันก็คงจะดีต่ออนาคตเป็นแน่ อย่างน้อยก็ดีกว่าใช้อย่างเดียวจนไม่เหลือชัวร์ ไม่เชื่อ ต้องลอง!

เมื่อเห็นเหตุผลแล้วว่า ทำไมต้องลงทุน? ลงทุนแล้วมันดียังไง makemewealth ก็อยากสนับสนุนให้ทุกคนที่ยังไม่เคยสนใจเรื่องการลงทุน หันมาลองสนใจการลงทุนดูบ้าง อย่ามองว่า การลงทุนเป็นเรื่องยาก เพราะทุกเรื่องที่เราไม่เคยรู้นั้นยากเสมอในครั้งแรก แต่เมื่อเราเริ่มต้นเข้าไปเรียนรู้ ศึกษา และใส่ใจกับมัน เรื่องยากก็จะกลายเป็นง่ายแบบที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งการเข้าไปเรียนรู้เรื่องการลงทุน เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเราเองแน่ๆ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้จักช่องทางที่จะทำให้เรามีโอกาสทำให้เงินเรางอกเงยนั่นเอง

อย่ารอจน “สาย” แล้วมานั่ง “เสียดาย” ทีหลังว่า ทำไมเราไม่สนใจเรื่องการลงทุน “รู้งี้” ทำมาตั้งนานแล้ว

Story by จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น