ทำไมนักลงทุนทั่วโลกกระวนกระวายกับข่าว Evergrande

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะเห็นบรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่างๆ ในบ้านเราออกมาชี้แจงกันเป็นแถวว่าตัวเองมีกองทุนที่ไปลงทุนใน China Evergrande Group บ้างมั้ย ทั้งลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นบ้านเราและตลาดหุ้นทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบจากข่าวคราวเรื่อง Evergrande ไม่น้อย

เพราะอะไรเรื่องนี้ถึงสะเทือนเวทีการลงทุน วันนี้ Makemewealth จะสรุปแบบสั้นๆ ให้ดู

ต้นตอความกังวล

China Evergrande Group ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของจีน กำลังมีปัญหาใหญ่คือมีหนี้ที่ครบกำหนดจ่าย 240,000 ล้านหยวน หรือ 37,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 1 ปี และบางโครงการที่บริษัททำอยู่ต้องระงับไปก่อน เพราะไม่มีเงินจะจ่าย  

เหตุผลที่นักลงทุนกังวล

Andrew Collier กรรมการผู้จัดการ Orient Capital Research ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ไว้ว่า มี 2 เหตุผลที่ตลาดโลกกังวลกับปัญหาของ Evergrande เหตุผลแรกคือ กลัวว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่วิกฤติการเงินโลก เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อปี 2008 ที่วิกฤติการเงินโลกก็มีจุดเริ่มต้นมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์

ในเวลานั้น อเมริกาเกิดฟองสบู่ในภาคอสังหาฯ Lehman Brothers ธนาคารเพื่อการลงทุนยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ  รับประกันหลักทรัพย์หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มีสัญญาจำนองบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน พอเกิดปัญหาฟองสบู่ภาคอสังหาฯ ก็เลยส่งผลให้ธนาคารล้มครืนถูกยื่นฟ้องล้มละลายครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และการที่ธนาคารแห่งนี้ล้มก็ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤติการเงินโลก

อีกเหตุผลหนึ่ง คือ นักลงทุนกังวลเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนโดยรวม รวมถึงสุขภาพทางการเงินของรัฐบาลท้องถิ่นด้วย ดังนั้นนักลงทุนจึงกลัวว่าวิกฤติในภาคอสังหาริมทรัพย์จะถูกส่งผ่านต่อไปยังเศรษฐกิจจีน แล้วส่งผลกระทบต่อไปยังกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้องทั่วโลก เช่น ราคาแร่เหล็กทั่วโลก และการบริโภคสินค้าต่างๆ

จริงๆ แล้วต้องกังวลขนาดนี้มั้ย

สถานการณ์ปัจจุบันในจีนต่างจากวิกฤติการเงินโลกปี 2008 เพราะธนาคารปล่อยกู้โดยตรงให้ผู้พัฒนา และที่สำคัญกว่าคือทางการจีนมีวิธีจัดการกับระบบธนาคารได้ โดยธนาคารกลางจีนอาจจะเข้ามาจัดการในรูปแบบการอัดฉีดเงินทางอ้อมไปให้ธนาคาร หรือบังคับให้หน่วยงานรัฐเข้าไปจัดการช่วยเหลือกรณี Evergrande

มีข้อสังเกตุที่น่าสนใจจากฝั่งจีน โดย Cong Yi ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์เทียนจิน ออกมากล่าวว่า คนพูดถึงประเด็น Evergrande ว่าจะส่งผลลุกลามไปยังเศรษฐกิจจีน สะท้อนว่ายังขาดความเข้าใจโครงสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจจีน และกรณีของ Evergrande ก็ไม่ใช่วิกฤติที่ไม่คาดคิดมาก่อน  

เรื่องนี้มีพัฒนาการมาจากการที่บริษัทหันไปทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองมากมาย ตั้งแต่น้ำดื่มบรรจุขวด ยันรถยนต์ที่ใช้พลังงานแบบใหม่

เขามองว่า นักลงทุนมีปฏิกิริยาตอบสนองกับเรื่องหนี้ของ Evergrande มากเกินไป

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้แตกต่างจากปัญหา Lehman Brothers

แม้กรณี Evergrande จะมีโอกาสจะส่งผลกระทบขยายวงกว้างไปถึงตลาดการเงินระดับนานาชาติ แต่มีเรื่องหนึ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อสมัย Lehman Brothers นั่นคือ Evergrande ถือครองที่ดินจริงๆ แต่ Lehman ถือครองสินทรัพย์ทางการเงิน

เมื่อ Evergrande มีปัญหากระแสเงินสด ก็สามารถเอาสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินที่มีอยู่ไปหมุนเป็นเงินสดได้ เพราะเมื่อบริษัทพัฒนาโครงการสำเร็จ ขายโครงการได้ ก็จะเริ่มจ่ายหนี้ได้ ขณะที่ Lehman ถือกระดาษในมือไม่ใช่ที่ดินจริงๆ นั่นก็คือตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์จำนองค้ำประกัน

พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกิดจากการเอาหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน มาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้นักลงทุนมาซื้อต่ออีกที ก็คล้ายๆ กับเป็นเจ้าหนี้ของเจ้าหนี้

ในตอนนั้นปัญหาเกิดขึ้นก็เพราะราคาที่ดินที่เคยสูงขึ้นๆ อยู่ๆ ก็ตกลงมา พอมูลค่าที่ดินตกก็เลยมีผลต่อมูลค่าของหลักประกันที่นำมาจำนอง ส่งผลลามไปถึงมูลค่าของตราสารหนี้ ซึ่งปัญหานี้จะไม่เห็นในกรณีที่ Evergrande ที่มีที่ดินโดยตรงแน่นอน

อีกกรณีที่ทำให้อนาคตของปัญหา Evergrande แตกต่างจาก Lehman Brothers แน่นอน ก็คือ รัฐบาลจีนมีการควบคุมที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจุบันก็เข้าไปควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่อยู่แล้ว โดยจีนสามารถควบคุมตั้งแต่ธนาคารที่ปล่อยกู้ได้ แค่จีนสั่งให้ปล่อยกู้ธนาคารก็ต้องปล่อยกู้ ไม่มีทางปล่อยให้สถานการณ์บานปลายแบบ Lehman Brothers แน่นอน

สรุป

สุดท้ายนี้ขอสรุปว่า นักลงทุนไม่ต้องตื่นตกใจไปมากกับประเด็น Evergrande เพียงแต่ให้ติดตามข่าวสารนี้ต่อไป และลงทุนในจีนอย่างระมัดระวังมากขึ้น ค่อยๆ ทยอยลงทุนไปเรื่อยๆ ก็น่าจะดีกว่าลงเงินก้อนเดียวแล้วจบ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน

ที่สำคัญให้มองการลงทุนในจีนแบบยาวๆ ไม่ใช่การเข้าไปเก็งกำไรระยะสั้น เพราะเป็นตลาดที่เราเดาทางได้ยากจริงๆ แค่รัฐบาลสั่งซ้ายหันขวาหัน ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ได้แล้ว ขณะที่อนาคตระยะยาวยังไงจีนก็โตแน่นอน 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *